วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

มรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนปี 2013 ทั้ง 19 แห่ง

 ??จากการประชุมครั้งที่ 37 ขององค์กร UNESCO ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เหล่าคณะกรรมการตัดสินใจประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่เพิ่มอีกเป็นจำนวน 19 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีสถานที่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่สำคัญของโลกถึง 981 แห่ง จาก 160 ประเทศทั่วโลก โดยสถานที่ทั้ง 19 ที่ถูกเพิ่มเข้าไปนั้น มาจากประเทศไหนบ้าง และมีความสวยโดดเด่นอย่างไร วันนี้กระปุกท่องเที่ยวได้รวบรวมข้อมูลมาฝากคุณแล้วค่ะ


1. เทือกเขาเทียนซาน, ประเทศจีน

          ????เทือกเขาเทียนซานในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่เดียวกับที่เราได้ยินในหนังจีนโบราณอยู่บ่อย ๆ นี้ มีชื่อเสียงจากวิวทิวทัศน์อันงดงามเมื่อยอดเขาหิมะปกคลุม ไล่เรียงลงมาถึงผืนทะเลทรายและทุ่งหญ้าที่อยู่ด้านล่าง ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมี “ทะเลสาบเทียนฉือ” ทะเลสาบกลางหุบเขาเป็นเสน่ห์อีกอย่างทำให้ให้ที่นี่ดูสวยยิ่งขึ้น

2. ภูเขาไฟเอตนา, ประเทศอิตาลี

          ??ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในยุโรปแห่งนี้ยังคงปะทุอยู่แม้ในปัจจุบัน และมันจะดูงดงามเป็นพิเศษในช่วงหน้าหนาว เมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะไปทั่ว แต่กลับมีกลิ่นอายความร้อนระอุของลาวาอยู่ เกิดเป็นภาพร้อนตัดเย็นกลายความแตกต่างที่ลงตัว ซึ่งพอมาอยู่ด้วยกันแล้วเหมือนเป็นภาพงานศิลปะของจิตกรเลยทีเดียว

3. ปล่องภูเขาไฟเอล ปินากาเต และพื้นที่สงวนชีวมณฑลแกรน เดเซียร์โต เด อัลตา, ประเทศเม็กซิโก
 
          ??ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของภูเขาไฟที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลเม็กซิโกแห่งนี้ ทำให้มันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 40 ชนิด นกอีก 200 และสัตว์เลื้อยคลานราว 40 ชนิด รวมทั้งยังมีพวกสัตว์น้ำกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอาศัยอยู่เช่นกัน โดยมันมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 7,416 ตารางกิโลเมตร

4. ทะเลทรายนามิบ, ประเทศนามิเบีย

          ??พูดถึงทะเลทรายแล้ว ใคร ๆ เป็นต้องนึกถึงความแห้งแล้งร้อนระอุกันก่อนแน่ ๆ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทะเลทรายนามิบโดดเด่นแตกต่างจากที่อื่น จากการที่มันเป็นทะเลทรายที่บรรจบพบกับน้ำทะเลพอดี เกิดเป็นภาพความแตกต่างที่สมบูรณ์แบบอย่างไม่น่าเชื่อ ทะเลทรายแห่งนี้จึงสวยตรึงใจจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

5. อุทยานแห่งชาติทาจิค, ประเทศทาจิกิสถาน
 
          ??เขตสงวนที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียกลางแห่งนี้ ยังคงสวยงามปราศจากการรุกรานของมนุษย์ โดยพื้นที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยภูเขาขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงพวกสัตว์หายาก อย่างเสือดาวหิมะและหมาป่าแดงที่ใกล้สูญพันธุ์เข้าไปทุกทีแล้วด้วย ทำให้มันเป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และควรค่าแก่การเก็บรักษาเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูแลกันต่อ

6. เรด เบย์ บาสก์ เวลลิง สเตชั่น, ประเทศแคนาดา
 
          ??สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนแหล่งรวมประวัติศาสตร์การล่าปลาวาฬเลยก็ได้ เพราะมันมีทุกข้อมูลที่คุณต้องการจะรู้ ไล่ตั้งแต่วิธีการไล่ล่า มาถึงการชำแหละ ไปจนถึงการสกัดน้ำมันจากปลาวาฬ โดยมันเป็นที่ผลิตน้ำมันจากปลาวาฬที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีประวัติเก่าแก่ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แล้ว มันจึงควรค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้กัน

7. ทุ่งนาขั้นบันไดฮาหนี, ประเทศจีน
 
          ??ทุ่งนาขั้นบันไดฮาหนี ในเมืองหงเหอ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน มีความสวยงาม เป็นทุ่งนาที่ถูกจัดขึ้นไล่เรียงเป็นรูปขั้นบันไดสมชื่อจริง ๆ เพราะมันถูกจัดไล่เป็นขั้น ๆ เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามราวกับงานศิลปะ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสะท้อนกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวบ้านท้องถิ่นที่นิยมเพาะปลูกแบบขั้นบันไดอีกด้วย

8. ป้อมโบราณสถานเมืองแกซอง, ประเทศเกาหลีเหนือ
 
          ??แม้จะเป็นประเทศปิดแต่ความงามของป้อมโบราณสถานเมืองแกซองก็ยังเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก โดยป้อมปราการนี้สร้างขึ้นเพื่อคุ้มกันเมืองแกซอง เมืองหลวงในยุคราชวงศ์โคเรียว ซึ่งมันอยู่บริเวณตอนเหนือของเส้นกั้นเขตแดนจากเกาหลีใต้พอดี และเมื่อมาที่นี่คุณจะสัมผัสได้ถึงอารยธรรมเก่าแก่ของประเทศเกาหลีทันที เพราะเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างอายุไม่ต่ำกว่าพันปีมากมาย ทั้งโรงเรียน บ้านเรือน รวมไปถึงสุสานของกษัตริย์คองมิน

9. เมืองท่าประวัติศาสตร์เลวูกา, ประเทศฟิจิ
 
          ??เมื่อคุณได้เดินทางมาชมเมืองนี้แล้ว รับรองว่าจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของมันแน่นอน เพราะสิ่งก่อสร้างในเมืองนี้เป็นศิลปะแบบโคโลเนียลทั้งหมด จนเหมือนเราหลุดเข้ามาอยู่ในสมัยโบราณเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งก่อสร้างที่เด่น ๆ ในเมืองนี้ได้แก่ โบสถ์ Sacred Heart และพิพิธภัณฑ์ฟิจิ

10. วนอุทยาน เบิร์กพาร์ค วิลเฮล์มโชเฮ, ประเทศเยอรมนี
 
          ??ด้วยพื้นที่กว่า 2.4 ตารางกิโลเมตร ทำให้มันได้ชื่อว่าเป็นสวนบริเวณลาดเขาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยวนอุทยานซึ่งถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บารอคนี้ มีสิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ คือ รูปปั้นทองแดงที่ทำเป็นรูปของเฮอร์คิวลิส เทพผู้ทรงพลังตามตำนานกรีก และช่วงต้นเดือนเมษายนไล่ไปถึงเดือนตุลาคม ทุกวันพุธกับวันอาทิตย์ช่วงบ่ายจะมีการปล่อยน้ำตั้งแต่บริเวณรูปปั้นเฮอร์คิวลิสไล่ไปตามขั้นบันได ก่อนจะสิ้นสุดที่ลานน้ำพุ เป็นภาพที่สวยงามมาก

11. ป้อมปราการฮิลล์ ฟอร์ตส แห่งราชาสถาน, ประเทศอินเดีย

          ??ภูเขาอาราวัลลิส ถูกล้อมรอบไปด้วยป้อมปราการ ที่เป็นตัวแทนทำให้เราเห็นถึงการทหารที่แข็งแกร่งของประเทศ โดยภายในป้อมปราการนี้ คือ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีครบพร้อมทุกอย่าง ซึ่งความเก่าแก่ของสิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างในป้อมนี้ มีตั้งแต่ศตวรรษที่ 7-20 โดยแต่ละป้อมจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และสามารถบ่งบอกถึงอารยธรรมในแต่ละปีได้เป็นอย่างดี

12. พระราชวังโกเลสตาน, ประเทศอิหร่าน
 
          ??ความประณีตงดงามของศิลปะจากกระเบื้อง คือ สิ่งที่ทำให้พระราชวังโกเลสตานหรือวังสวนกุหลาบ ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน มีชื่อเสียง โดยด้านนอกมีสวนดอกไม้และอ่างน้ำสีน้ำเงินที่ทำด้วยหินอ่อน ส่วนตัวอาคารนั้นมีป้อมสูงที่สร้างไว้ส่องดูข้าศึกมาแต่สมัยโบราน และมีตำหนักแบ่งออกเป็น 7 แห่ง ที่ด้านในประดับประดาด้วยกระเบื้องหลากสีงดงามไม่แพ้ด้านนอก

13. เมดิซี วิลลาส์ แอนด์ การ์เดน ในแคว้นทัสคานี, ประเทศอิตาลี
 
          ??เมดิซี วิลลาส์ แอนด์ การ์เดน คือ แหล่งรวมสิ่งก่อสร้างสไตล์ชนบทที่มีเจ้าของเป็นตระกูลเมดิชิ ตระกูลที่มีอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองของประเทศอิตาลี ซึ่งความหรูหราอลังการของมัน เกิดขึ้นจากการที่ตระกูลเมดิชิต้องการให้มันเป็นตัวแทนบ่งบอกถึงอำนาจและความร่ำรวยของตัวเอง นอกจากนี้ มันยังเป็นศูนย์กลางของแหล่งการเกษตรอีกด้วย

14. ภูเขาไฟฟูจิ, ประเทศญี่ปุ่น
 
          ??ภูเขาไฟฟูจิ ถือเป็นภูเขาสูงที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูง 3,776 เมตร รอบ ๆ ภูเขาฟูจิเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม และเป็นอุทยานแห่งชาติฟูจิฮะโกะเนะอิซุ มีทะเลสาบ 5 แห่ง ได้แก่ ยะมะนะกะโกะ, คะวะงุจิโกะ, โมโตสุโกะ, โชจินโกะ และไซโก้ ซึ่งมันถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยมันมักปรากฏอยู่ในบทกลอนหรือภาพเขียนอยู่เสมอ

15. ศูนย์ประวัติศาสตร์อากาเดซ, ประเทศไนเจอร์
 
          ??สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะประตูสู่ทะเลทรายซาฮารา โดยถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 15-16 เมื่อชาวโทแรกเข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ซึ่งในปัจจุบันมันยังคงสะท้อนสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในยุคนั้นให้เราได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทางที่ใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนสำหรับพวกคาราวานต่าง ๆ ที่แบ่งออกเป็น 11 สาย พร้อมรูปร่างที่แปลกตา นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีจุดเด่นเป็นหอคอยสุเหร่าสูง 27 เมตรด้วย
 

16. กลุ่มโบสถ์ไม้เซอร์ควาส, ประเทศโปแลนด์และยูเครน
 
          ??โบสถ์ที่สร้างจากขอนไม้จำนวนมากนี้ เกิดขึ้นระหว่างช่วงศตวรรษที่ 16 และ 19 ด้วยฝีมือของชาวคริสต์ เป็นตัวแทนบ่งบอกถึงศิลปะในยุคนั้น และความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า โดยตัวโบสถ์เป็นไม้ทั้งหมด ส่วนบนหลังคาก็ทำเป็นทรงโดมสีเงิน แถมด้านในยังตกแต่งด้วยภาพเขียนตามฝาผนังแบบคลาสสิก ให้กลิ่นอายย้อนยุคได้เป็นอย่างดี
 

17. มหาวิทยาลัยโคอิมบรา, ประเทศโปรตุเกส
 
          ??มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของรัฐในประเทศโปรตุเกสแห่งนี้ งดงามอลังการยิ่งกว่ามหาวิทยาลัยไหน ๆ ในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยตัวอาคารที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังของพระเจ้าจอห์นที่ 3 แห่งประเทศอังกฤษ ทำให้มีรูปปั้นของพระองค์ตั้งอยู่ด้วย โดยมันถูกเปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมปี 1290 นับว่าเป็นอายุที่ยาวนานมากสำหรับมหาวิทยาลัย

18. เขตโบราณสถานอัล ซูบาเราะห์, ประเทศกาตาร์
 
          ??หมู่บ้านโบราณที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลนี้เคยเป็นหัวใจหลักของ การค้าขายแลกเปลี่ยนมาก่อน จนกระทั่งถูกทำลายลงเมื่อปี 1811 และถูกทิ้งร้างเมื่อปี 1900 แต่ทุกวันนี้สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณก็ยังคงหลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นป้อมปราการหรืออาคารบ้านเรือนต่าง ๆ

19. เมืองโบราณเทาริค เชอร์โซเนส, ประเทศยูเครน
 
          ??สถานที่แห่งนี้คือสภาพที่เหลืออยู่ของเมืองที่ก่อตั้งโดยชาวดอเรียนกรีกสมัยศตวรรษที่ 5 โดยอยู่บริเวณตอนเหนือของชายฝั่งทะเล Black Sea ซึ่งมันยังคงทิ้งร่องรอยชีวิตความเป็นอยู่ในยุคนั้นให้เห็น ทั้งสิ่งก่อสร้างเก่าแก่จำพวกกำแพงหิน รวมไปถึงไร่องุ่นที่เป็นอาชีพหลักของท้องถิ่น โดยที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้เลยทีเดียว

สถานที่ส่วนใหญ่นั้นมีแต่ที่อายุเก่าแก่ยาวนาน ซึ่งได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทั้งนั้น ถึงได้คงความสวยงามมาได้นานขนาดนี้ จนได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกโลกด้วย ดังนั้น ถ้าอยากให้มันยังคงความสวยงามเอาไว้ให้ลูกหลานเราได้ดูกันบ้าง ก็คงต้องตั้งใจดูแลรักษากันหน่อยนะคะ
ที่มา: โดยกระปุกดอทคอม
         http://www.unigang.com

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา

Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา
 
เราคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า "สุนัข" เป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนคู่ใจใกล้ชิดกับมนุษย์มาช้านาน ... แต่จะมีสักกี่คนที่จะทราบว่า ก่อนที่น้องหมาจะกลายมาเป็นเพื่อนคู่ใจที่แสนซื่อสัตย์ของมนุษย์นั้น ในอดีตพวกเขาเคยมีชีวิตที่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก่อน บางตัวเป็นน้องหมานักล่าสัตว์ ทำงานอยู่ในฟาร์ม บางตัวต้องแบกหามสิ่งของกลางหิมะกลางทะเลทราย แต่มีน้องหมาบางตัวที่ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อ วัฒนธรรม และพิธีกรรมแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในทุกมุมโลก มาดูกันค่ะว่า พวกเขามีความเชื่ออะไรกันบ้างจาก 5 ทวีปของโลก ถ้าอยากรู้แล้วไปดูกันเลยค่ะ ^^ 



 

1. ทวีปเอเชีย ... การเซ่นไหว้และกินน้องหมาของชาวจีนเป็นการเพิ่มพลังชีวิต

 
Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา
 
 
     มาเริ่มกันที่แดนดินถิ่นมังกร ประเทศที่ชอบรับประทานน้องหมาเป็นอาหารจนถึงขนาดมีเทศกาลกันเลยทีเดียว ว่าแต่เขามีความเชื่ออะไร ทำไมถึงชอบกินน้องหมา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่เลี้ยงน้องหมาราคาแพงยังทิเบตันมาสทิฟฟ์ ทำเอางงว่าจะเลี้ยงหรือจะกินกันเนี่ย ...
 
     ในหนังสือ คนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ ของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ได้เขียนความเชื่อเกี่ยวกับน้องหมาของคนจีน เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว น้องหมาได้รับการยกย่องให้เป็นสัตว์บูชายัญ นับถือกัน  อีกทั้งในสมัยราชวงศ์ซางทางภาคกลางของจีนยังมีการบูชาน้องหมา ฝังศพคนพร้อมกับหมา การเซ่นสังเวยหมา แม้กระทั่งการกิน โดยทุกการกระทำ ... ล้วนเกิดมาจากการเคารพยกย่อง และเชื่อว่าความศักดิ์สิทธิ์ของน้องหมาจะช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้แก่เราค่ะ (ควรจะตื้นตันดีใจไปกับน้องหมาไหมเนี่ย T^T)
 

Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา

 
     นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชนชาวจ้วงในแผ่นดินจีนมีความเชื่อเกี่ยวกับน้องหมาว่า ก่อนเริ่มงานเผาหินปูนเพื่อเอามาเป็นปุ๋ยจะต้องปลิดชีพน้องหมาเพื่อเซ่นไหว้เจ้าภูเขา เป็นการขอให้งานสำเร็จ ไม่มีอุปสรรคค่ะ แล้วเมื่อเสร็จพิธีก็จะจัดงานกินอาหารร่วมกันที่ข้างเตาเผาเป็นประเพณี คล้ายๆ กับการเซ่นไก่ จากนั้นก็จะนำเอามากินกันค่ะ เป็นเรื่องธรรมดา ปกติของคนในถิ่นนั้น
 
     อย่างไรก็ตามกลุ่มชนในบางมลฑลก็เห็นความสำคัญของน้องหมาว่าเป็นผู้มีพระคุณที่ควรได้รับการเคารพบูชาเพราะมีนิทานบอกเล่าว่ามีหมา 9 หางตัวหนึ่งไปขโมยพันธุ์ข้าวมาจากบนฟ้า โดยเอาหางไปจุ่มเมล็ดข้าว มนุษย์จึงได้พันธุ์ข้าวติดมากับหาง น้องหมาก็เลยกลายเป็นผู้มีบุญคุณต่อมนุษย์ แล้วจากความเชื่อนี้เองจึงมีพิธีกรรมหุงข้าวใหม่ให้น้องหมากินในแต่ละมลฑลโดยเฉพาะแถบยูนานเพื่อเป็นการระลึกถึงบุญคุณที่น้องหมาได้นำพันธุ์ข้าวลงมาให้มนุษย์ค่ะ ด้วยเหตุนี้เองน้องหมาจึงมีความสำคัญที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อและพิธีกรรมอันหลากหลากในสังคมคนจีน แต่ในทุกความเชื่อล้วนเผยให้เห็นถึงความผูกพันธ์ที่น้องหมามีต่อกับมนุษย์นั่นเองค่ะ 
 


 

2. ทวีปยุโรป ... น้องหมาในยุคกรีกคือเครื่องมือการชำระบาปของมนุษย์

 


Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา
 
 
     หลังจากที่เรารู้วัฒนธรรมการกินน้องหมาของชาวจีนมาแล้ว ต่อไปเราก็จะก้าวเข้าสู่ทวีปยุโรปกันต่อเลย และแน่นอนว่าอารยธรรมอันเก่าแก่ที่มีการสังเวยชีวิตสัตว์มากที่สุดในยุโรปก็คือ ยุคกรีกโบราณ ซึ่งมีการสังเวยชีวิตเพื่อบูชายัญต่อเทพพระเจ้าทั้งหลาย ... โดยหนึ่งในสัตว์ที่ถูกสังเวยชีวิตก็คือ น้องหมา ค่ะ
 
     พิธีกรรมบูชายัญของชาวกรีกโบราณถือเป็นเรื่องปกติแทบจะเรียกได้ว่ามีการจัดอีเวนท์ เทศกาลเฉือดบ่อยมาก ๆ เพราะมีเทพเจ้าให้บูชามากมายหลายแขนงที่ต้องบูชา ส่งเครื่องสังเวยอันน่าพึงพอใจไปยังเทพเจ้าเพื่อไม่ให้ท่านโกรธ และทำให้มนุษย์อยู่อย่างสงบสุขไม่มีเภทภัย นอกจากนี้การบูชายัญยังนำมาเป็นเครื่องชำราะบาปชดใช้ความผิดที่มนุษย์ได้กระทำ ซึ่งน้องหมาก็เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ เช่น หากใครที่กระทำความผิดด้วยการฆ่าใครสักคนตายขึ้นมา ก็จะต้องนำน้องหมาบูชายัญเพื่อชดเชยความผิด ไม่ให้เทพเจ้าโกรธ ให้อภัย ยอมละเว้นโทษให้ค่ะ
 
     อย่างไรก็ตามในค.ศ. 1930 พิธีบูชายัญต่างๆ ได้หยุดลง ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการทำทารุณกรรมสัตว์ อีกทั้งยังเป็นการบ่มเพาะความรุนแรงในวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น อีกด้วย.....เป็นโชคดีของน้องหมาผู้บริสุทธิ์จริงๆ ^^  
 


 

3. ทวีปแอฟริกา ... ชาวอียิปต์โบราณชื่อว่าการกินตับน้องหมาเป็นโรคพิษสุนัขบ้าสามารถช่วยป้องกันโรคได้


 
Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา

 
     มาต่อกันที่ความเชื่อแปลกของทางแถบทวีปแอฟริกาทางตอนเหนือกันค่ะ อียิปต์เป็นต้นกำเนิดของน้องหมาที่วิ่งเร็วที่สุดในโรค คือเจ้าเกรย์ฮาวนด์ สุดสปอร์ต รวมไปถึงไอบิซานฮาวด์ น้องหมานักล่าคู่บัลลังก็กษัตริย์ฟาร์โรห์  แต่ก็เป็นดินแดนที่มีความเชื่อแปลกประหลาดเกี่ยวกับน้องหมา โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่า หากใครถูกน้องหมาที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้ากัด จะต้องนำตับของน้องหมาที่ติดเชื้อตัวที่กัดเรานั่นล่ะค่ะ มาอบกินถึงจะสามารถป้องกันเชื้อไม่ให้เข้าสู่ตัวเราได้ คล้ายๆ กับการฉีดเซรุ่มเข้าไป พิษถอนพิษประมาณนั้นเลย แต่นี่เป็นความเชื่อเมื่อนานมาแล้วยังไม่มีงานวิจัย หรือใครพิสูจน์ ห้ามทดลองเด็ดขาด ไปหาคุณหมอปลอดภัยกว่าค่ะ 
 
 
Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา
 
 
     นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าถ้านำฟันของน้องหมาที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ามาร้อยรอบแขนคนที่ถูกกัดก็จะช่วยได้อีกด้วย ... เท่านั้นยังไม่พอ ยังเชื่ออีกว่าประจำเดือนของหมาเพศเมียสามารถนำมาทำเป็นยากำจัดขนได้ โอวว ไม่ต้องพึ่งครีมโกนขนเลย ส่วนอวัยวะสืบพันธุ์ของน้องหมายังสามารถนำมาทำเป็นยาป้องกันผมขาวอีกด้วย ไปกันใหญ่แล้ว แต่ความเชื่อดังกล่าวก็ไม่ได้มีอยู่จนถึงปัจจุบันนะคะ เมื่อความรู้ และการแพทย์เข้าถึงความเชื่อดังกล่าวก็หายไปค่ะ 

     (ในประเทศบัลแกเรียก็มีประเพณีจับน้องหมาเหวี่ยงลงแม่น้ำเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่น้องหมา ซึ่งเพื่อนๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บอร์ดด็อกไอไลค์  ประเพณี Dog Spinning ที่เมืองหนึ่งในบัลแกเรีย กำลังถูกต่อต้าน  ค่ะ)
 


 

4. ทวีปอเมริกาเหนือ ... ตามหาน้องหมาสีขาวทั่วหล้าเพื่อการบูชายัญอันศักดิ์สิทธิ์


 
 
Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา

 
     กลุ่มชนไอโรควอยส์ซึ่งเป็นชาวอเมริกันพื้นเมืองซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของทวีปอมเริกาเหนือ พวกเขามีความเชื่อที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่ว่า การได้บูชายัญด้วยน้องหมาตัวสีขาวแก่ “ผู้สร้าง” หรือ “เทพพระเจ้า”จะเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดี ตอบแทนบุญคุณที่ได้ชี้นำหนทางให้แก่ชีวิตของพวกเขา  
 
     การบูชายัญจะมีขึ้นในพิธีเฉลิมฉลองกลางฤดูหนาว ในวันที่ 5 ของพิธีกรรมน้องหมาสีขาวบริสุทธิ์ ไม่มีตำหนิสีอื่นใดบนลำตัวจะถูกเลือกมาบูชายัญ โดยใช้วิธีรัดคอน้องหมา เพื่อไม่ให้มีเลือดออกมาให้เป็นมลทินค่ะ ซึ่งร่างของน้องหมาที่ไร้วิญญาณจะได้รับการตกแต่งสวยงามด้วยริบบิ้น เครื่องประดับต่างๆ อย่างสมเกียรติ วางไว้บนแคร่สูง 8 ฟุตมอบให้แก่เทพเจ้า แล้วก็จบพิธีกรรมโดยการเผาน้องหมา แห่รอบกองไฟ เหมือนที่เรามักเห็นชนเผ่าทำกันในหนังกันนั่นล่ะค่ะ ใครจะรู้ว่า ... ในกองไฟนั้นจะแท้จริงมีอีกชีวิตหนึ่งที่สละชีวิตตนไป
 
     โชคดีที่พิธีกรรมบูชายัญนี้ได้ค่อยหายไปราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 18 เหตุเพราะน้องหมาสีขาวบริสุทธิ์หายาก และคนยุโรปที่เข้ามาอยู่นอเมริการับกันไม่ได้ ... วันดีคือดีน้องซามอยด์ น้องสปริตซ์ น้องไซบีเรียนหายตัวไปเพื่อบูชายัญใครจะทนรับได้ล่ะ ฮือๆ 
 


 

5. ทวีปอเมริกากลาง.....น้องหมาสามารถช่วยนำทางวิญญาณสู่ปรโลก



Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา
 
 
     ปิดท้ายด้วยความเชื่อดีๆ แต่แอบโหดไม่เบาที่ทวีปอเมริกากลางแถบแม็กซิโก ซึ่งแต่ก่อนเป็นอาณาจักรมายา ในดินแดนแถบนี้ น้องหมามีอิทธิพลต่อชีวิตผู้คนไม่น้อยเลยค่ะ เพราะพวกเขามีตัวตนอยู่ในตำนาน เรื่องเล่าของชนเผ่าเกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณ เห็นได้จากภาพวาดโบราณในอาณาจักรแห่งนี้ที่มักจะมีรูปน้องหมาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะภาพชีวิตหลังความตาย เพราะชาวเผ่ามายันเชื่อว่าที่โลกหลังความตายจะมีน้องหมาคอยเฝ้าดูแลอยู่ เป็นดั่งผู้พิทักษ์ แล้วจากความเชื่อนี้เองจึงมีการนำน้องหมาไปฝังร่วมกับคนที่เสียชีวิตแล้ว เพื่อให้วิญญาณของน้องหมาได้นำทาง คอยปกป้องพิทักษ์ดวงวิญาณไปยังปรโลกโดยสวัสดิภาพนั่นเองค่ะ 
 
     นักโบราณคดีที่ได้ขุดสำรวจหลุมศพชาวมายันโบราณ จึงมักพบโครงกระดูกน้องหมาในทางนั่งอยู่เคียงข้างโครงกระดูกของคนที่นอนอยู่ข้างๆ และที่น่าตกใจก็คือ ความเชื่อนี้ยังคงสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันในชนกลุ่มน้อยของชนเผ่ามายันค่ะ  ซึ่งแต่ละเผ่าก็จะมีรายละเอียดความเชื่อแตกต่างกันไปว่าควรเป็นน้องหมาสีดำ สีขาว หรือสีเหลือง....น่าสงสารจังเลย T^T 
 
 
 
Dogilike.com :: 5 ความเชื่อและพิธีกรรมแปลกๆ เกี่ยวกับน้องหมา
 
 
     เป็นอย่างไรกันบ้างคะความเชื่อและพิธีกรรมน้องหมาเมื่อสมัยโบราณที่ยังคงมีหลงเลืออยู่บ้างในบางพื้นที่จวบจนปัจจุบัน แต่ไม่ว่าความเชื่อเหล่านั้นจะดีหรือร้ายก็มักต้องแลกกับชีวิตน้องหมาเกือบทั้งนั้น โชคดีมากๆ ที่ปัจจุบันมีคนร่วมกันต่อต้านต่อความเชื่อแปลกๆ ช่วยให้น้องหมามีชีวิตที่ดีขึ้น ไปไหนมาไหนไม่ต้องกลัวใครจับไปบูชายัญ แถมยังได้รับการดูแล ทะนุถนอมเป็นอย่างดี แต่ถ้ายังมีใครจะทำร้ายน้องหมาอีกล่ะก็ เราต้องรวมพลังสร้างความเชื่อที่ดีเกี่ยวกับน้องหมาให้โลกใบนี้ได้เห็นกันจะๆ ปกป้องน้องหมาเพื่อนแท้ของเราให้ถึงที่สุดไปเลยยยย!!!!



 
 
บทความโดย : Dogilike.com

ภาพสาหร่ายสีเขียวขนาดมหึมา ถล่มชายหาดจีน

       นักท่องเที่ยวที่ชายหาดเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ต้องลงเล่นน้ำทะเลท่ามกลางสาหร่ายจำนวนมากที่พัดมาเกยตื้น ซึ่งทำให้ชายหาดเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตาชมภาพ!! สาหร่ายสีเขียวขนาดมหึมา ถล่มชายหาดจีน (© Imaginechina-Rex Features)


       เหตุการณ์สาหร่ายโจมตีชาดหายเคยเกิดขึ้นมาแล้วในภูมิภาคนี้ แต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นของมัน ยังเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาตร์ยากที่จะอธิบาย     สาหร่ายสีเขียวขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกินพื้นที่ชายฝั่งกว่า 29,000 ตารางกิโลเมตร

ชมภาพ!! สาหร่ายสีเขียวขนาดมหึมา ถล่มชายหาดจีน (© Imaginechina-Rex Features)

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Finger lime




มะนาวนิ้วมือ (Finger lime) 

       ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ลำต้นสูงเฉลี่ย 2-7 เมตร ผลไม้ชนิดนี้มีรสชาติเปรี้ยวเหมือนกันมะนาว มีสีสันที่สวยงามน่ารับประทาน นิยมนำมาใช้ในการแต่งหน้าอาหารตามภัตตาคาร